หลุมดำแห่งความคิด เมื่อไพร่พบไอน์สไตน์

 

 

ช่วงนี้กระแสการเมืองร้อนระอุถึงขั้นขีดสุด คำพูดที่บอกว่า ”สันติวิธี” เหมือนเป็นเพียงลมที่เกิดจากการขับของเสียออกจากร่างกายที่อัปลักษณ์พอๆกับจิตใจของเจ้าตัว  อาวุธทุกอย่างที่หามาได้ ถูกนำมาเข้าห้ำหั่นกับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นรั้วของชาติ

 

ทหารไม่ได้ถูกสอนให้มาต่อสู้กับคนชาติเดียวกัน แต่เมื่อถึงคราวจำเป็นที่จะต้องรักษาความสงบสุขของบ้านเมือง บุคลเหล่านี้คือผู้ที่เสียสละ เป็นหนังหน้าไฟ ไม่ว่าทำอะไรก็โดนไปหมด

 

ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามอ้างว่าอาวุธของพวกเค้ามีแค่หนังสติ๊กกับลูกหิน ก็เอาเถอะครับ ใครจะเชื่อก็แล้วแต่ ถ้า สายัณห์ ดอกสะเดา ยังมีชีวิตอยู่ ฟังคำพ่นของพวกนี้เสร็จคงขำจนพุงสั่นพร้อมพูดออกมาว่า “เชื่อก็ บะ บะ บะ บ้าแล้ว เอ๊ออ”    

 

อาวุธที่น่ากลัวที่สุดของคนพวกนี้ไม่ใช่ ปืน ระเบิด ตีนตบ หรือแม้แต่หน้าหล่อสุดเหลี่ยมของแม้ว แต่อาวุธที่น่ากลัวที่สุดของคนพวกนี้คือ”สื่อ”  เป็นอาวุธชนิดเดียวกันกับที่อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใช้โจมตีเราสำเร็จ จริงๆแล้วผมก็ไม่มีปัญหากับสื่อพวกนี้ ตราบใดที่มันไม่มายุให้พวกเราทำตัวเป็นทุนนิยม แต่ขณะนี้ สื่อทางการเมืองของกลุ่มคนบางกลุ่มกำลังจะพาบ้านเมืองเราไปสู่หายนะครั้งใหญ่กว่าการเสียกรุงให้พม่า(ประวัติศาสตร์ที่เราแกล้งๆทำเป็นลืมมันซะ แล้วบอกลูกหลานว่าเราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร) 

 

สื่อพวกนี้เป็นตัวจุดชนวนได้ดีที่สุดเมื่อนำมาบวกกับความเขลา( บางคนก็ถึงขั้นโฉดและเขลา) เป็นกระบวนการที่ไม่ได้จบด้วยการคิด แต่จบด้วยการเฮ และโบกตีนตบ 

 

คำพูดที่เข้าใจยากๆจะถูกพูดออกมาก็ต่อเมื่อต้องการหลอกด่า พาดพิง ถึงอะไรหรือใครก็ตามที่พวกนั้นมันไม่กล้าพูดตรงๆ  คำพูดที่เข้าใจง่ายๆจะถูกพูดออกมาก็ต่อเมื่อต้องการครอบงำความคิด รวมไปถึงปลุกระดม ให้ไปทำระ.ยำตำบอน

 

แต่สุดท้ายแล้ว เข้าใจไม่เข้าใจก็ขอเฮและโบกตีนตบไว้ก่อน

 

 

รากหญ้าครับเรามาลองเข้าเรียนในห้องเรียนที่ไอนสไตน์เป็นคนสอนกันดูไม๊? 

 

ในห้องเรียนวันหนึ่ง ไอสไตน์ถามนักเรียนว่า
"
มีคนซ่อมปล่องไฟสองคน กําลังซ่อมปล่องไฟเก่า พอพวกเขาออกมาจากปล่องไฟ ปรากฏว่าคนหนึ่งตัวสะอาด
อีกคนตัวเลอะเทอะ เต็มไปด้วยเขม่า ขอถามหน่อยว่า คนไหนจะไปอาบน้ำก่อน "

 

นักเรียนคนหนึ่งตอบว่า
"
ก็ต้องคนที่ตัวสกปรกเลอะเขม่าควันสิครับ "

 

ไอสไตน์ พูดว่า
"
งั้นเหรอ คุณลองคิดดูให้ดีนะ คนที่ตัวสะอาดเห็นอีกคนที่ตัวสกปรกเต็มไปด้วยเขม่าควัน เค้าก็ต้องคิดว่าตัวเองออกมาจากปล่องไฟเก่าเหมือนกัน
ตัวเค้าเองก็ต้องสกปรกเหมือนกันแน่ๆเลย ส่วนอีกคน เห็นฝ่ายตรงข้ามตัวสะอาด ก็ต้องคิดว่า ตัวเองก็สะอาดเหมือนกัน ตอนนี้ ผมขอถามพวกคุณอีกครั้งว่า ใครที่จะไปอาบน้ำก่อนกันแน่ ?"

 

นักเรียนคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นว่า
"
อ้อ ! ผมรู้แล้ว พอคนตัวสะอาดเห็นอีกคนสกปรก ก็นึกว่าตัวเองต้องสกปรกแน่ แต่คนที่ตัวสกปรก เห็นอีกคนสะอาด ก็นึกว่าตัวเองไม่สกปรกเลย
ดังนั้นคนที่ตัวสะอาดต้องวิ่งไปอาบน้ำก่อนแน่เลย ..... ถูกไหมครับ...."

 

ไอสไตน์มองไปที่นักเรียนทุกคน  นักเรียนทุกคน ต่างเห็นด้วยกับคําตอบนี้  

 

ไอสไตน์ จึงค่อยๆพูดขึ้นอย่างมีหลักการและเหตุผล
"
คําตอบนี้ก็ผิด ทั้งสองคนออกมาจากปล่องไฟเก่าเหมือนกัน จะเป็นไปได้ยังไงที่คนหนึ่งจะสะอาด อีกคนหนึ่งจะสกปรก นี่แหละที่เขาเรียกว่า " ตรรก " "

 

 

เมื่อความคิดของคนเราถูกชักนําจนสะดุด ก็จะไม่สามารถแยกแยะและหาเหตุผลแห่งเรื่องราวที่แท้จริงออกมาได้ นั่นคือ " ตรรก "
จะหาตรรกได้ก็ต้อง กระโดดออกมาจาก พันธนาการของความเคยชิน "
 

หลบเลี่ยงจาก กับดักทางความคิด "
 

หลีกหนีจาก สิ่งที่ทําให้หลงทางจากความรู้จริง "
 

ขจัด ทิฐิแห่งกมลสัน.ดาน "
 

จะหา ตรรก ได้ก็ต่อเมื่อ คุณสลัดหมากทั้งหมด ที่คนเขาจัดฉาก วางล่อคุณไว้

 

 

การจะหาตรรกได้ ไม่ใช่ฟังแล้วเฮแต่ต้องฟังแล้วคิด แปลให้ออกว่าพวกมันพูดอะไร  เพราะเมื่อใดที่คุณฟังแล้วเฮ เมื่อนั้นคุณจะถูกชักนำทางความคิด ล่อให้คุณหลงทางออกจากแสงสว่างไปไกลขึ้นทุกทีๆ จนสุดท้าย แม้แต่พวกมันใช้ให้คุณไปตายเพื่อพวกมัน คุณก็ยอม เหมือนที่คุณทำกันอยู่ทุกวันนี้....

 

ถึงตอนนี้ ถ้าคุณยังอยากจะสู้เพื่อคนที่หอบเงินทิ้งพวกคุณไปนอนกระดิกตีนสบายๆอยู่ต่างประเทศ ก็ตามแต่ใจคุณเถอะครับ

 

แต่ผมจะสู้เพื่อคนที่ไม่เคยทิ้งพวกเราไปไหนเลย แล้วขอบอกไว้อีกอย่างทิ้งท้าย...

 

 " ประเทศเราไม่มีไพร่ครับ ประเทศเรามีแต่พสกนิกรครับ แล้วก็จะเป็นแบบนี้ตลอดไปครับ"

" ประเทศเราไม่มีไพร่ครับ ประเทศเรามีแต่พสกนิกรครับ แล้วก็จะเป็นแบบนี้ตลอดไปครับ"

ชอบประโยคนี้จังค่ะ :D ถูกต้องอย่างมากๆ

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ♥
P'Jeed
20 พ.ค. 2553 เวลา 02:40 น.
เป็น somebody

อย่าเป็น nobody
003497
20 พ.ค. 2553 เวลา 08:05 น.
เข้ามาบอกว่าเห็นด้วยกับคุณค่ะ

ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ
005217
20 พ.ค. 2553 เวลา 09:24 น.
สุดยอด ค่ะ

โดยเฉพาะประโยคสุดท้าย

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
002995
20 พ.ค. 2553 เวลา 11:22 น.
อยากกดไลค์หรือให้กิฟต์เจ้าของไดอารี่มากๆ
002214
20 พ.ค. 2553 เวลา 11:24 น.
พี่ขอยืมประโยคท้ายไปเฟคบุ๊คนะ
000201
20 พ.ค. 2553 เวลา 11:26 น.
:)
004365
20 พ.ค. 2553 เวลา 11:40 น.
เรื่องที่เล่าให้ฟัง ดีมากเลยอ่ะค่ะ
ถ้าทุกคนได้ฟัง แล้วได้คิด

ฟัง...หยุดแล้วคิด... จริงเท็จยังไง
ไม่ใช่ว่าฟังปุ๊บ ได้ยินปั๊บ ก็คล้อยตาม
เป็นตุเป็นตะตามคำชี้นำเขาไป

ขอบคุณสำหรับเรื่องที่เล่าให้ฟังค่ะ
001590
20 พ.ค. 2553 เวลา 23:29 น.
"เราไปทำอะไรให้เขาเจ็บช้ำหรือ คนไทยเหล่านั้นถึงได้โกรธเกลียดเราขนาดนี้"


พี่เจอประโยคนี้ในเฟคบุ๊ค อึ้งไปเลยค่ะ รู้สึกอะไรกันไหมน๊อคนไทย
000201
21 พ.ค. 2553 เวลา 11:30 น.
แวะมาปรบมือค่ะ
เราเองไม่เคยแบ่งคนด้วยสีเสื้อ
แต่เราแบ่งคนด้วยการกระทำล้วนๆ ทำดีคือดี ทำชั่วคือชั่ว
002767
21 พ.ค. 2553 เวลา 11:56 น.
เยี่ยมที่สุด
Squre-icon
21 พ.ค. 2553 เวลา 20:49 น.
เขียนได้ดีมากครับ
อ่านแล้วคิดตามได้เป็นฉากๆเลย
000376
21 พ.ค. 2553 เวลา 21:15 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic